ท้องอืด แน่นท้อง จุกเสียดหลังกินข้าว เกิดจากอะไร
อาการท้องอืดแน่นท้องส่วนใหญ่เกิดจากลมในทางเดินอาหารที่มากขึ้นหรือระบายออกช้าลง ร่วมกับการที่กระเพาะอาหารบีบตัวส่งอาหารลงลำไส้ช้ากว่าปกติ ปัจจัยที่พบบ่อยคือกินเร็ว กินอิ่มมาก กลืนลมขณะเคี้ยว น้ำอัดลม อาหารมันที่ย่อยช้า และความเครียด หากท้องอืดร่วมกับน้ำหนักลด ถ่ายเป็นเลือด หรืออาเจียนบ่อย ควรเข้ารับการตรวจที่สถานพยาบาลเพื่อหาสาเหตุ
อาการที่มักเกิดร่วมกัน
- แน่นอึดอัดบริเวณท้องส่วนบนหลังมื้ออาหาร
- อิ่มเร็วผิดปกติ กินได้น้อยกว่าเดิม
- เรอบ่อย หรือมีลมในท้องมาก
- จุกเสียดใต้ลิ้นปี่ เหมือนอาหารไม่ย่อย
- ท้องดูป่องขึ้นในช่วงเย็นของวัน
สาเหตุที่พบบ่อย
กินเร็วและกลืนลมโดยไม่รู้ตัว
การเคี้ยวเร็ว พูดคุยขณะเคี้ยว ดูดหลอด หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง ทำให้กลืนอากาศเข้าไปพร้อมอาหาร
กระเพาะอาหารบีบตัวช้า
อาหารมัน อาหารทอด และมื้อใหญ่ ทำให้อาหารค้างในกระเพาะนานขึ้น จึงรู้สึกแน่นและอิ่มนาน
จุลินทรีย์ในลำไส้ไม่สมดุล
เมื่อสัดส่วนจุลินทรีย์เปลี่ยนไป กระบวนการหมักในลำไส้จะสร้างแก๊สมากกว่าปกติ
อาการแพ้หรือย่อยน้ำตาลบางชนิดได้ไม่ดี
เช่น ภาวะย่อยน้ำตาลแล็กโทสในนมได้ไม่ดี ซึ่งพบได้บ่อยในคนเอเชีย
ท้องผูกและความเครียด
การขับถ่ายไม่สม่ำเสมอทำให้ลมค้างในลำไส้ ส่วนความเครียดมีผลต่อการบีบตัวของทางเดินอาหารโดยตรง
ดูแลตัวเองอย่างไร
- เคี้ยวช้า ๆ ให้ละเอียด และไม่พูดคุยขณะเคี้ยว
- ลดน้ำอัดลม เบียร์ และเครื่องดื่มที่มีฟอง
- แบ่งมื้อให้เล็กลงแต่บ่อยขึ้น
- เพิ่มใยอาหารและดื่มน้ำให้พอ เพื่อให้ขับถ่ายสม่ำเสมอ
- เดินเบา ๆ 10–15 นาทีหลังมื้ออาหาร แทนการนั่งหรือนอนทันที
- สังเกตว่าอาหารกลุ่มไหนทำให้ตัวเองอืดเป็นพิเศษ แล้วลดลง
หากท้องอืดร่วมกับน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ อาเจียนบ่อย ถ่ายเป็นเลือดหรือถ่ายดำ คลำได้ก้อนในท้อง หรือปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน ให้รีบไปสถานพยาบาล
U-QMAC เข้ามาช่วยดูแลตรงไหน
สูตร U-QMAC มีสมุนไพรกลุ่มที่คนไทยคุ้นเคยกับการดูแลอาการท้องอืดจากลม ได้แก่ สารสกัดขิง 75 มก. และผงกระชาย 75 มก. พร้อมใยอาหารจากผงข้าวโอ๊ต 100 มก. และผงกล้วยดิบ 75 มก. สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลระบบทางเดินอาหารในแต่ละวัน ทั้งนี้เป็นอาหารเสริม ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการดูแลตัวเองเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล